วิธีคิดคะแนนรอบ 3 ใน TCAS68

มีน้อง ๆ Dek68 คนไหนเล็งจะยื่นคะแนนในรอบ 3 Admission แต่ยังไม่รู้ว่าต้องคิดคะแนนอย่างไรถึงจะถูกต้อง และจัดอันดับได้เซฟที่สุดอยู่หรือเปล่า วันนี้พี่มาช่วยทุกคนแล้ว โดยในบทความนี้พี่จะบอกหมด ตั้งแต่วิธีการคิดคะแนนของคณะทั่วไป รวมถึงการคาดการณ์คะแนนขั้นต่ำ แถมด้วย Q&A ตอบทุกข้อสงสัยเรื่องการคำนวณคะแนน TCAS68 ไว้ท้ายบทความอีกด้วย !!

ก่อนที่เราจะมาคิดคะแนนกันได้ แน่นอนว่าสิ่งที่น้อง ๆ ต้องมีก่อนเลยนั่นก็คือ ข้อมูล นั่นเอง !! ซึ่งพี่จะขอแบ่งขั้นตอนในการเตรียมข้อมูลสำหรับการคิดคะแนนในรอบ 3 ออกเป็น 2 ขั้นตอนด้วยกัน ตามนี้เลยนะ

  • ขั้นตอนที่ 1 : ให้เช็กเกณฑ์คะแนนรอบ 3 ของแต่ละมหาลัยฯ คือ สัดส่วนคะแนน, GPAX (เกรดเฉล่ียสะสม), คะแนนขั้นต่ำแต่ละวิชา ของคณะที่อยากเข้าว่าต้องใช้คะแนนอะไรบ้าง
  • ขั้นตอนที่ 2 : เตรียมคะแนนของตัวเอง มาคำนวณคะแนนตามวิธีด้านล่างนี้ได้เลย (แต่อย่าลืมเช็กคุณสมบัติที่คณะ / มหาลัยฯ กำหนดอีกทีน้าา)
วิธีเช็กคุณสมบัติ TCAS

การคำนวณเกรด (ถ้าไม่ใช้ ข้ามได้เลยน้า)

น้อง ๆ สามารถแปลงเกรดเป็น 100 โดยวิธีการนำเกรดเฉล่ีย 6 เทอมที่ได้คูณกับ 25 จากนั้นให้นำตัวเลขไป หารด้วย 100 แล้ว คูณ กับค่าน้ำหนักที่ทางมหาลัยฯ กำหนดไว้

ตัวอย่าง

ถ้าได้เกรดเฉล่ีย 3.78

Step 1 : 3.78 * 25 = 94.5

Step 2 : (94.5/100) * ค่าน้ำหนัก

หลังจากคำนวณเกรดออกมาเรียบร้อยแล้ว ให้น้อง ๆ นำตัวเลขไปรวมกับคะแนนสอบอื่น ๆ ได้เลยยย

การคิดคะแนนรอบ 3 Admission เต็ม 100 คะแนน

ให้น้อง ๆ นำคะแนนที่ได้ หารด้วย คะแนนเต็มของวิชานั้น ๆ และนำไป คูณ กับค่าน้ำหนักที่เป็นเปอร์เซ็นต์ตามที่มหาลัยฯ กำหนด

ตัวอย่างที่ 1

ตัวอย่างการคิดคะแนนรอบ 3 ใน TCAS68 แบบใช้เกรด

ตัวอย่างที่ 2

ตัวอย่างการคิดคะแนนรอบ 3 ใน TCAS68 แบบไม่ใช้เกรด

ป.ล. สำหรับใครที่สงสัยว่าสรุปแล้ว TGAT เต็ม 100 หรือ 300 กันแน่ ? จริง ๆ แล้วคะแนนทั้งหมดเต็ม 300 คะแนน แต่ตอนที่ ทปอ. ประกาศคะแนน เขาจะมีการคิดคะแนนเต็ม 100 มาให้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นน้อง ๆ สามารถนำคะแนนส่วนนั้นมาหารด้วย 100 ได้เลยย

ตัวอย่างภาพคะแนน TGAT แบบเต็ม 100

ตัวอย่างภาพคะแนน TGAT แบบเต็ม 100

หมายเหตุ : ถ้าบางคณะไม่ได้ระบุเปอร์เซ็นต์มาให้ เขียนแค่วิชาที่ใช้ยื่น แปลว่าใช้สัดส่วนที่เท่ากันทุกวิชาเลยน้า ให้น้อง ๆ นำคะแนนวิชาเหล่านั้นบวกกันแล้วหารด้วยจำนวนวิชาได้เลย เช่น คณะ A ใช้คะแนน คณิต 1, ภาษาอังกฤษ, ภาษาไทย, สังคม ก็บวกกันแล้วหารด้วย 4 ได้เลย

สำหรับการคิดคะแนนรอบ 3 ของคณะทั่วไปก็จะประมาณนี้เลยยย แต่สำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการสมัครเข้าในคณะของ กสพท ก็จะมีสัดส่วนและวิธีการคิดคะแนนแตกต่างกันในบางจุดน้า สามารถดูวิธีการคำนวณคะแนนกสพทเพิ่มเติมได้จากบทความ สรุปขั้นตอนคิดคะแนน กสพท 68 ได้เลยย

4 ขั้นตอน คาดการณ์คะแนนขั้นต่ำ คณะทั่วไป

ขอออกตัวก่อนเลยว่าหัวข้อนี้ พี่ใช้หลักการบางอย่างมาคาดคะเน รวมถึงคาดเดา เพื่อให้น้อง ๆ สามารถกะคะแนนขั้นต่ำในระบบใหม่ได้ อาจจะใช้ในการคำนวณได้คร่าว ๆ เท่านั้นน้า

ขั้นตอนที่ 1 : ลิสต์คณะและมหาลัยฯ ที่สนใจ

อยากลองยื่นคณะ / มหาลัยฯ ไหน เอาคะแนนมาให้หมด ทั้งที่อยากติดจริง ๆ รวมถึงคณะสำรองด้วย แนะนำว่าควรเป็นคณะที่น้อง ๆ มีข้อมูลอยู่บ้างน้า ไม่อยากให้เลือกตามใคร และอย่ายึดติดที่มหาลัยฯ จนเกินไป เช่น เลือกคณะอะไรก็ได้ ขอให้เป็นมหาลัยฯ ดัง ๆ ก็พอ (ไม่เอาแบบนี้น้า > <)

ขั้นตอนที่ 2 : เทียบเกณฑ์คะแนนปี 67 และ 68

ลิสต์ไว้ให้หมดเลยทั้งเกณฑ์คะแนนต่าง ๆ และสัดส่วนที่ต้องใช้ว่าคณะ / มหาลัยฯ ที่อยากเข้าเนี่ย เขามีการเปล่ียนแปลงคะแนนที่ใช้หรือสัดส่วนแต่ละวิชาไปบ้างหรือเปล่าจากปีก่อน โดยน้อง ๆ สามารถดูเกณฑ์คะแนนปี 68 ได้ที่เว็บ mytcas.com เลย (ซึ่งหลายคณะ / มหาลัยฯ ก็มีเกณฑ์ของปี 67 ให้น้อง ๆ ดูเทียบกันด้วย)

ขั้นตอนที่ 3 : รู้วิธีการคำนวณคะแนน ว่าเต็ม 100 มาจากส่วนไหนบ้าง

ถ้าใครยังไม่ได้เตรียมข้อมูลและคำนวณคะแนนเอาไว้ สามารถย้อนขึ้นไปดูหัวข้อวิธีการคำนวณคะแนนด้านบนได้เลยย

ขั้นตอนที่ 4 : ดูคะแนนขั้นต่ำของคนที่สอบติดปีล่าสุด

จดคะแนนขั้นต่ำของคณะที่น้อง ๆ สนใจเอาไว้ โดยเฉพาะคะแนนขั้นต่ำของปีล่าสุด ซึ่งน้อง ๆ ควรดูค่าเฉล่ียคะแนนของแต่ละวิชาที่เปล่ียนไปด้วยน้าา ถ้าคะแนนแต่ละวิชาที่เราใช้ยื่นมีการเฟ้อ / ฝืด อาจจะต้องนำคะแนนที่เปล่ียนไปมาคำนวนเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วเอามาหักลบ / บวกเพิ่ม กับคะแนนขั้นต่ำอีกที

ข้อแนะนำสำหรับการคิดคะแนน TCAS68 รอบ 3 Admission

1. ข้อนี้สำคัญมาก !! ทุกคนจะต้องเช็กเกณฑ์คะแนน และคุณสมบัติของคณะที่อยากเข้าให้ดี ๆ ทุกคนมีสิทธิ์ในการยื่นสมัคร แต่ถ้าขาดคุณสมบัติหรือคะแนนส่วนใดไป น้อง ๆ จะถูกตัดสิทธิ์จากการคัดเลือกทันที เพราะทางมหาลัยฯ ถือว่าคุณสมบัติไม่ครบนั่นเอง T_T

*สำหรับคนที่อยากเข้าคณะแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และสอบติดรอบ 1,2 และยืนยันสิทธิ์ไปแล้ว
ไม่สามารถสละสิทธิ์เพื่อมาสมัครคณะเดิมได้น้าา ถ้าสมัครก็จะถูกตัดสิทธิ์ทันที

2. วางแพลนการจัดอันดับให้ดีว่าจะลงสมัครกี่อันดับ แล้วจะต้องเรียงลำดับคณะหรือมหาลัยฯ อย่างไร เพราะจะได้จัดอันดับออกมาได้แบบเซฟที่สุด แถมโอกาสหลุดคณะ / มหาลัยฯ ที่อยากเข้าก็น้อยลงด้วยนะ !!

3. ลองเทียบคะแนนสูงต่ำประมาณ 3 ปีย้อนหลังของคณะ / มหาลัยฯ ที่อยากเข้า ถึงแม้ว่าเกณฑ์คะแนนของบางคณะในบางปี แต่พี่ว่าก็ยังสามารถใช้เป็นแนวทางในการจัดอันดับของปีนี้ได้

4. ที่สำคัญ !! อย่าลืมเช็กกำหนดการต่าง ๆ ของ TCAS ให้ดีน้าา สามารถดูจากภาพด้านล่างนี้ได้เลยย

กำหนดการ 4 รอบ TCAS68

Q&A เกี่ยวกับการคิดคะแนน TCAS68

Q : สามารถยื่นสมัครคณะ / มหาลัยฯ เดียวกันหลาย ๆ อันดับได้มั้ย ?​

A : สามารถสมัครได้เลย เช่น จะยื่นสมัครบัญชี จุฬาฯ โดยยื่นคะแนนคณิต 1 เป็นอันดับแรก และอันดับสองเป็นบัญชี จุฬาฯ โดยยื่นคะแนนคณิต 2 ก็ได้ แต่น้อง ๆ ต้องดูเกณฑ์ของมหาลัยฯ ด้วยน้า เพราะบางสถาบันก็อนุญาตให้สมัครแค่
1 สาขาต่อ 1 คณะเท่านั้น

Q : จำเป็นต้องสมัครให้ครบทั้ง 10 อันดับเลยมั้ย ?​

A : ไม่จำเป็นน้าา สามารถสมัครกี่อันดับก็ได้ ตามที่สะดวกได้เลยแต่พี่แนะนำว่ายื่นให้ครบ 10 อันดับจะดีกว่าน้าา เพราะน้อง ๆ สามารถจัดอันดับฟรีได้ถึง 7 อันดับเลย ส่วนอันดับที่ 8-10 มีค่าใช้จ่าย 100 บาท / อันดับ แปลว่าถ้ายื่นให้ครบ 10 อันดับก็จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 300 บาทเท่านั้น ซึ่งอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการสอบติดของน้อง ๆ ก็ได้น้า

Q : การจัดอันดับมีผลอย่างไร ?

A : ทปอ. จะพิจารณาอันดับที่น้อง ๆ เลือกมาทั้งหมด โดยเน้นดูจากคะแนนเป็นหลัก แต่ไม่ว่าจะยื่นสมัครกี่อันดับไปก็จะสามารถสอบติดได้แค่อันดับเดียวเท่านั้น (และคุณสมบัติต้องครบด้วย) เช่น ถ้าน้อง ๆ สอบติดอันดับ 1 ทางทปอ. ก็จะ
ไม่พิจารณาอันดับ 2-10 หรือที่เหลือเลย

แต่การจัดอันดับจะมีผลกับคะแนน ก็ต่อเมื่อมหาลัยฯ ใช้เกณฑ์ “คะแนนของลำดับที่นักเรียนเลือก” ซึ่งตอนนี้มีแค่ “มรภ.สวนสุนันทา” ใช้เกณฑ์นี้อยู่

Q : ถ้าผู้สมัคร 2 คนคะแนนเท่ากัน แต่อีกคนเลือกอันดับ 1 กับอีกคนเลือกอันดับ 4 ใครจะสอบติด ?​

A : ถ้าคะแนนเท่ากัน จะเกิดขึ้นได้ 2 กรณี คือ ติดทั้งคู่ กับ หลุดทั้งคู่ จะไม่มีกรณีที่คนใดคนหนึ่งติด แล้วอีกคนหนึ่งหลุด
แน่นอนนน

Q : กรณีที่มหาลัยฯ มีผู้สมัครน้อยกว่าที่จำนวนรับสมัคร คนที่สมัครไปจะสอบติดทั้งหมดเลยมั้ย ?

A : ขึ้นอยู่กับคะแนนและคุณสมบัติของผู้สมัครแต่ละคนด้วยย เช่น ถ้ารับ 10 คน มีคนสมัคร 6 คน แต่ผู้สมัครทั้งหมดคะแนนและคุณสมบัติถึงตามเกณฑ์ที่ทางมหาลัยฯ กำหนดทั้งหมด ก็จะผ่านการคัดเลือกทุกคน 

แต่ถ้ามีคนผ่านเกณฑ์เพียงคนเดียว ทางมหาลัยฯ ก็จะรับแค่คนเดียวนั่นเอง และจะนำจำนวนที่เหลือไปทบกับรอบต่อไป นั่นก็คือรอบ 4 รับตรงอิสระแทน

Q : ถ้ามหาลัยฯ กำหนดคะแนน TGAT1 35% แล้วผู้สมัครได้เพียง 30 คะแนน สามารถยื่นสมัครได้มั้ย ?

A : ขึ้นอยู่กับว่า 35% นี้ เป็นค่าน้ำหนักหรือเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ ถ้าเป็นค่าน้ำหนัก น้อง ๆ สามารถยื่นสมัครได้เลย เพราะมันหมายถึงใช้คะแนนทั้งหมด 35% ซึ่งยังไม่รวมกับคะแนนอื่น ๆ 

แต่ถ้าเป็นเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ อันนี้จะไม่สามารถสมัครได้เพราะว่าทางมหาลัยฯ กำหนดแล้วว่าต้องได้อย่างน้อย 35 คะแนน ดังนั้นน้อง ๆ จะต้องเช็กจากระเบียบการให้ดีเลยน้า 

Q : ถ้าเรามีคุณสมบัติไม่ครบ เช่น น้ำหนักไม่ถึง หรือคะแนนไม่ครบตามที่มหาลัยฯ กำหนด สามารถสมัครไปก่อนได้มั้ย ?

A : สามารถสมัครได้น้า แต่พี่ไม่ค่อยแนะนำให้สมัคร เพราะถ้าน้อง ๆ ยืนยันว่าคุณสมบัติไม่ถึงตามที่มหาลัยฯ กำหนดไว้จริง ๆ ทางมหาลัยฯ ก็จะตัดสิทธิ์อยู่ดีน้าา

Q : ถ้ามีคะแนนไม่ครบตามที่คณะกำหนด แต่คณะนั้นไม่ได้กำหนดคะแนนขั้นต่ำ สามารถยื่นสมัครได้ไหม ?

A : สามารถยื่นได้ตามปกติเลยน้าา ส่วนวิชาที่ขาดไปจะนับเป็น 0 คะแนน แต่ถ้าคณะ / มหาลัยฯ ไหนกำหนดคะแนนขั้นต่ำ
น้อง ๆ จะโดนตัดสิทธิ์ทันทีน้า เพราะถือว่าคุณสมบัติไม่ครบตามที่กำหนด

ดูคลิปแนะแนว Dek68

พี่มีคลิปแนะแนว Dek68 ให้น้อง ๆ เลือกดูเยอะมาก เช่น คลิปสรุปประเด็น TCAS, คลิปแนะแนวรอบ Portfolio และอื่น ๆ อีกมากมายที่จะมาช่วยแนะแนวการเตรียมตัวเข้ามหาลัยฯ ให้กับน้อง ๆ ถ้าสนใจคลิปไหน สามารถคลิกปุ่ม Playlist ที่มุมขวาบนของวิดีโอ แล้วเลือกดูได้เลยน้าา

ดูคลิปแนะแนวอื่น ๆ ได้ทาง YouTube Channel : SmartMathPro

และนี่คือการคาดการณ์คะแนน TCAS68 รอบ 3 Admission ทั้งหมดของพี่น้าา จริง ๆ ยังมีปัจจัยอีกเยอะมากที่ต้องเอามาคิดด้วย เช่น คะแนนจริงของคนที่ยื่นสมัคร จำนวนรับสมัคร จำนวนคนที่สมัครในปีนั้น ๆ ซึ่งไม่ว่าจะมากขึ้นหรือน้อยลงก็ส่งผลต่อการคิดคะแนนขั้นต่ำหมดเลย ดังนั้นน้อง ๆ ก็สามารถเก็บบทความนี้ไว้เป็นแนวทางในการคาดการณ์คะแนนเบื้องต้นไปก่อนได้น้า

หลังจากได้รู้วิธีการคำนวณคะแนนรอบ 3 กันไปในเบื้องต้นแล้ว สิ่งที่สำคัญมากไม่แพ้กันที่พี่อยากให้น้อง ๆ ทำคู่กันไป คือ การเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบนั่นเอง เพราะอย่างที่น้อง ๆ เห็นว่าหลายคณะใช้คะแนนค่อนข้างหลากหลายทั้ง TGAT, TPAT, A-Level ซึ่งแต่ละวิชาก็มีเนื้อหาแตกต่างกัน ทำให้บางคนอาจจะมองว่าการจะเตรียมตัวสอบด้วยตัวเองอาจเป็นเรื่องยาก

วันนี้เลยขอมาแนะนำตัวช่วยดี ๆ อย่าง คอร์สเตรียมสอบมหาลัยฯ ของ SmartMathPro เลยย มีให้เลือกมากมายทั้งสนาม TGAT / TPAT หรือ A-Level และสอนโดยติวเตอร์ที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละวิชาด้วยไม่ว่าจะเป็น พี่ปั้น, อ.ขลุ่ย, พี่หมออู๋, ครูกอล์ฟ, พี่ลัคกี้, พี่เกม GAT ENG COOL COOL, พี่ฟาร์ม

โดยในแต่ละคอร์สจะสอนปูพื้นฐานแบบละเอียด อิงตาม Test Blueprint ปีล่าสุด (ใครที่พื้นฐานไม่แน่นก็สามารถเรียนได้) พร้อมพาตะลุยโจทย์แบบไต่ระดับ ตั้งแต่โจทย์ซ้อมมือไปจนถึงข้อสอบเก่าหรือโจทย์ที่ใกล้เคียงกับข้อสอบจริง แถมยังแจกเทคนิคในการทำข้อสอบที่จะช่วยให้น้อง ๆ ทำข้อสอบได้เร็วขึ้นและช่วยเพิ่มโอกาสในการอัปคะแนนให้อีกด้วย สำหรับ
น้อง ๆ คนไหนที่สมัครตอนนี้ รับฟรี Unseen Mock Test ชุดพิเศษ และสิทธิพิเศษต่าง ๆ ประจำเดือน ถ้าใครสนใจ คลิก เข้ามาดูรายละเอียดแต่ละคอร์สได้เลย

บทความ แนะนำ

บทความ แนะนำ

เกณฑ์คะแนนรอบ 3 Admission
TCAS68 เกณฑ์รอบ 3 Admission มาแล้ว อัปเดตล่าสุดสำหรับ Dek68
รวมคะแนนสูงต่ำ รอบ 3 Admission
[ย้อนดู] คะแนนสูงสุด-ต่ำสุด TCAS67 รอบ 3 ที่ Dek67 ต้องรู้
เทคนิคจัดอันดับ รอบ 3
เทคนิคจัดอันดับ รอบ 3 Admission ยังไงให้ติดชัวร์
กำหนดการ TCAS68
TCAS68 สอบวันไหน? ลงทะเบียน MyTCAS68 เมื่อไหร่? สรุปตารางสอบ Dek68 ฉบับอัปเดตล่าสุด
TGAT TPAT คืออะไร? Dek68 ต้องสอบ TGAT TPAT ไหม ? สรุปครบในบทความนี้
TGAT TPAT คืออะไร? มีอะไรบ้าง? สรุปพร้อมแจกแนวข้อสอบและคลิปติว
A-Level 68 (เอเลเวล) คืออะไร
A-Level 68 คืออะไร? มีวิชาอะไรบ้าง? สรุปพร้อมคลิปติวโค้งสุดท้าย

สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงติดตามข่าวสารต่าง ๆ ที่อัปเดตอย่างเรียลไทม์ ได้ที่

Line : @smartmathpronews

FB : Pan SmartMathPro ติวคณิต By พี่ปั้น 

IG : pan_smartmathpro

X : @PanSmartMathPro

Tiktok : @pan_smartmathpro

Lemon8 : @pan_smartmathpro

Share